วิธีการเลือกซื้อเครื่องปั่นน้ำผลไม้เอนกประสงค์ที่ดี มีคุณภาพ

June 5, 2019

เครื่องปั่นน้ำผลไม้ เอนกประสงค์เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวขนาดเล็กที่นิยมซื้อมาใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะการทำงานของเครื่องปั่นไม่ได้ใช้เพียงปั่นน้ำผลไม้ได้เพียงอย่างเดียว ยังสามารถช่วยคุณแม่บ้านในการเตรียมวัตถุดิบ เช่น ปั่นเครื่องแกง, ปั่นกระเทียม หรือเครื่องปั่นบางรุ่นสามารถปั่นเนื้อสัตว์ให้ละเอียดได้ เป็นต้น ถือว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กที่อัดแน่นมาด้วยฟังก์ชันการใช้งานหลากหลายคุ้มค่าเกินราคา เครื่องปั่นน้ำผลไม้เอนกประสงค์นี้สามารถหาซื้อมาใช้ได้ตามตลาดทั่วไป มีให้เลือกหลายแบรนด์ หลายขนาด และหลากหลายประเภทแตกต่างกันไป แน่นอนว่ายิ่งรุ่นไหนมีฟังก์ชันการทำงานที่หลากหลายย่อมส่งผลไปถึงราคาที่สูงขึ้นตามไปด้วย

วิธีการเลือกซื้อเครื่องปั่นเอนกประสงค์ที่ดี มีคุณภาพนั้น มีข้อคำนึงที่ให้ผู้ใช้พึงปฏิบัติตาม หรือนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่ง่ายขึ้น วิธีการเลือกซื้อเครื่องปั่นที่ดี มีวิธีดังนี้

  1. ปริมาณความจุของโถปั่น ควรเลือกซื้อขนาดความจุของโถปั่นให้มีขนาดใหญ่กว่าการใช้งานของคุณ เพราะการใส่วัตถุดิบลงไปในโถปั่น ต้องไม่ใส่จนเต็มพอดี ต้องเหลือพื้นที่ด้านบนเผื่อเอาไว้ป้องกันการกระฉอกจากแรงดันที่เกิดจากการเหวี่ยงความเร็วสูงของวัตถุด้านในในขณะที่เครื่องทำงานอยู่นั่นเอง
  2. วัสดุที่ใช้ผลิตเป็นใบมีด ต้องผลิตมาจากสแตนเลส เป็นวัสดุที่มีความแข็งแรงทนทาน ไม่ก่อให้เกิดสนิม มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค เพราะเป็นอุปกรณ์ที่สัมผัสกับวัตถุดิบโดยตรง จึงต้องมั่นใจได้ว่าจะไม่มีสารตกค้างเจือปนสู่อาหารของเราแน่นอน มีความแข็งแรง สามารถบด สับวัตถุดิบด้วยความเร็วสูงของมอเตอร์ได้ โดยที่ไม่เกิดการแตกหัก หรือเกิดการเสียหาย
  3. ฟังก์ชันการทำงานของตัวเครื่อง สมเหตุสมผลกับราคา มีฟังก์ชันการใช้งานของตัวเครื่องที่หลากหลาย ง่ายต่อการใช้งาน เช่น มีปุ่มปรับเพิ่ม – ลดความเร็วของมอเตอร์ได้หลายระดับ, เลือกปรับระดับความละเอียดของวัตถุดิบที่ต้องการได้ เป็นต้น ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ ผู้ใช้ควรทำการเปรียบเทียบฟังก์ชันการใช้งานของเครื่องในระดับการทำงานเดียวกัน ว่ารุ่นใด ยี่ห้อใด มีความคุ้มค่ามากกว่า มีความสมเหตุสมผลกับราคาที่เสียไปหรือไม่
  4. อัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าต่อการทำงานใน 1 ครั้ง อัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอีกข้อหนึ่ง เพราะเมื่อเราซื้อเครื่องปั่นมาแล้ว นั่นเท่ากับว่าทุกการทำงานในแต่ละครั้งของเรา จะต้องเสียค่าไฟในจำนวนเท่านี้ไปตลอดอายุการใช้งาน ยิ่งเครื่องที่มีกำลังวัตต์มาก จะยิ่งกินไฟมากนั่นเอง เพราะฉะนั้นควรเลือกซื้อเครื่องที่มีความเหมาะสมกับการใช้งานของเรา หากซื้อเครื่องใหญ่ไปก็ทำให้เปลืองไฟมากตามไปด้วย หรือบางคนเลือกซื้อเครื่องเล็กเกินไป เพราะคิดว่าจะได้กินไฟน้อยๆ แต่นั่นอาจจะทำให้การใช้งานของคุณช้าลงไปอีก อาจจะต้องใช้งานหลายรอบ ซึ่งนั่นอาจทำให้เกิดการสิ้นเปลืองมากกว่าเลือกซื้อเครื่องที่ใหญ่ขึ้น แต่ทำงานเสร็จได้ภายในครั้งเดียว